วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

โชว์แสงสีเสียงกลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่




 อะ ซิมโฟนี่ ออฟ ไลท์  ภาพทิวทัศน์การแสดงแสงสีเสียงยามค่ำคืนชุด 



ดูข้อมูลเพิ่มเติม โชว์แสงสีเสียงกลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่


อะ ซิมโฟนี่ ออฟ ไลท์ (A Symphony of Lights) ได้ชื่อว่าเป็นการแสดงโชว์แสงสีเสียงกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดบันทึกโดย Guinness World Records การแสดงประกอบด้วย 44 อาคารชั้นนำที่อยู่ในฝั่งฮ่องกงและฝั่งเกาลูน โดยการแสดงจะมีการยิงแสง Laser และไฟต่างๆ ประกอบเพลง ซึ่งใช้งบประมาณสูงถึง 44 ล้านดอลล่าร์ฮ่องกง

ท่านสามารถรับฟังเสียงดนตรีการแสดงสอของทุกคืนได้จิมซาโจ่ย บริเวณริมน้ำระหว่าง อเวนิว ออฟ สตาร์ และด้านนอกของศูนย์วัฒนธรรมฮ่องกง บริเวณด้านนอกของ Golden Bauhinia Square ในวันไจ๋

การแสดงโชว์แสงสีเสียงจะเล่าถึงความมีชีวิตชีวา, จิตวิญญาณ และความแตกต่างของฮ่องกง การแสดงจะมีทั้งหมด 5 ธีม คือ การตื่น (Awakening), ความมีชีวิต (Energy), มรดก (Heritage), พันธมิตร (Partnership) และฉากจบ (The Final) โดยคำบรรยายของการแสดงโชว์จะมีทั้งหมด 3 ภาษา คือ

ภาษาอังกฤษ : วันจันทร์, วันพุธ และวันศุกร์

ภาษาโปรตุเกส : วันอังคาร, วันพฤหัส และวันเสาร์

ภาษาจีน : วันอาทิตย์
สถานที่ชมการแสดง A Symphony of Lights

บริเวณ Avenue of Stars

หน้า Clock Tower / Hong Kong Museum of Arts

ล่องเรือในอ่าววิคตอเรียเพื่อชมการแสดง
ที่ตั้ง: เกาลูน, ฮ่องกง

วิธีเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ไปลงสถานี Tsim Sha Tsui Exit F หลังจากนั้นเดินไปทางริมแม่น้ำ

ค่าเข้าชม: ไม่เสียค่าเข้าชม

เวลาเปิด-ปิด: การแสดงเริ่มเวลา 20:00 น. ของทุกวัน ระยะเวลาในการแสดงประมาณ 15 นาที

วีซ่า: ไม่ต้องขอวีซ่า สามารถเที่ยวได้ 30 วัน


สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากอ่านแบบเต็มและติดตามทริปอื่น ๆ สามารถอ่านและติดตามได้ที่ www.govivigo.com




สำนักชีฉีหลิน




 อารามขนาดใหญ่ที่มีสถาปัตยกรรมไม้ที่งดงาม (Chi Lin Nunnery)



ดูข้อมูลเพิ่มเติม สำนักชีฉีหลิน


สำนักชีฉีหลินเป็นกลุ่มอารามขนาดใหญ่ที่มีสถาปัตยกรรมไม้ที่งดงาม โดยเริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 1934 และก่อนจะได้รับการบูรณะใหม่ในรูปแบบของราชวงศ์ถัง (ค.ศ 618–907) ในปี 1990 ภายในยังเก็บพระบรมสารีริกธาตุและมีสระบัวที่ให้ความสงบแก่ดวงวิญญาณ นอกจากนี้ สำนักชีแห่งนี้ยังประกอบไปด้วยโถงอารามหลายโถง บางโถงมีรูปปั้นทอง ดินเหนียว และไม้เป็นตัวแทนของสิ่่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระศากยมุนีและพระโพธิสัตว์
รถไฟใต้ดินไปสำนักชีฉีหลินและสวนหนานเหลียนสที่สถานี Diamond Hill
เว็บไซต์:www.chilin.org

ที่ตั้ง: ไดมอนด์ฮิลล์, เกาลูน, ฮ่องกง

วิธีเดินทาง: รถไฟฟ้า MRT สถานี Diamond Hill ทางออก C2 เดินมาตามป้ายบอกทางประมาณ 5 นาที

ค่าเข้าชม: ไม่เสียค่าเข้าชม

เวลาเปิด-ปิด: 9.00 - 15.30 น.

วันปิดทำการ: ทุกวันพุธ


สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากอ่านแบบเต็มและติดตามทริปอื่น ๆ สามารถอ่านและติดตามได้ที่ www.govivigo.com



วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

เทศกาลญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อนที่ไม่ควรพลาด






ดูข้อมูลเพิ่มเติม เทศกาลญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อนที่ไม่ควรพลาด 


ใกล้เข้าช่วงฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่นกันเข้ามาทุกทีแล้ว ฤดูกาลนี้อาจจะไม่เป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่าไหร่นัก เนื่องด้วยสภาพอากาศที่คล้ายคลึงกับกับตอนที่อยู่ไทยเหลือเกิน แต่ว่าตั๋วโปรมันก็ราคาล่อตาล่อใจ ไหนๆ จองไปแล้วแต่อาจจะยังไม่รู้ว่าหน้าร้อนของญี่ปุ่นมีกิจกรรมอะไรสนุกๆ ให้ลองทำ หรือสงสัยว่าอากาศร้อนขนาดนี้คนญี่ปุ่นเค้าทำอะไรกันบ้าง ตามมาดูกันเลยจ้า

ฤดูร้อนของญี่ปุ่นจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงสิงหาคม เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกสนาน เพราะเป็นช่วงที่มีการจัดงานเทศกาล หรือ โอมัตสึริ กันมาก ซึ่งเทศกาลญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีอายุเก่าแก่เป็นหลายร้อยปี ใครได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองในช่วงหน้าร้อนนี้ ต้องไม่พลาดไปสนุกกับบรรยากาศเทศกาลชื่อดังของจังหวัดต่างๆ ที่เราจะมาแนะนำกัน

Gion Matsuri | วันที่ 1 - 31 กรกฎาคมของทุกปี




"เทศกาลกิอง" เป็นงานเทศกาลขนาดใหญ่ จัดขึ้นโดยศาลเจ้ายะสะกิ จินจะ พร้อมกับงานเทศกาลอื่นๆ อีกมากกว่า 30 งานในเดือนกรกฎาคม เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลในช่วงหน้าร้อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกียวโต ไฮไลท์ของเทศกาลนี้คือ "ยะมะโฮะโคะ จุงโค" ที่จัดในวันที่ 17 ในงานจะมีขบวนแห่รถลากตกแต่งตระการตามากกว่า 30 ขบวน เทศกาลนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติของยูเนสโก

Gion Matsuri (บ้างก็เรียกว่า Gion San) ถือเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเทศกาลหนึ่งในเกียวโต (ในญี่ปุ่นด้วย) เป็นเทศกาลแห่งสีสัน สดใส รื่นเริง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเกียวโตมากว่า 1,200 ปี โดยเทศกาลกิอองนี้ เป็นเทศกาลประจำศาลเจ้ายะซะคะ (Yasaka Shrine) ก็จัดขึ้นเสมือนกับเป็นการขับไล่สิ่งชั่วร้าย โรคร้าย พิบัติภัยต่างๆ ให้ออกไปจากเมือง เป็นการชำระล้างเมืองให้สะอาด บริสุทธิ์ จะได้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย มั่งคั่ง และมีความสุขนั่นเอง

เดือนกรกฎาคมของทุกปี ก็จะเป็นเดือนแห่งเทศกาลกิออง ที่เกียวโตจะจัดงานนี้กันยาวตลอดทั้งเดือนเลย ไม่ว่าจะเป็นแถวสถานีรถไฟเกียวโต และถนนชิโจ (Shijo) ก็จะมีอารมณ์ของงานเทศกาลกิอองนี้อยู่ด้วยเกือบตลอดเดือน
สถานที่: จังหวัดเกียวโต

Morioka Sansa Odori Festival | วันที่ 1 - 4 สิงหาคมของทุกปี​




ขบวนพาเหรดขนาดใหญ่ประกอบไปด้วยนักร่ายรำและนักดนตรี (ขลุ่ยและกลองไทโกะ) รวมกว่า 35,000 ชีวิต แต่งกายด้วยชุดญี่ปุ่นหลากสีสัน ในวันสุดท้ายของงานจะมีการแสดงวะไดโกะ ซึ่งเป็นขบวนพาเหรดไทโกะที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะร่วมเดินขบวนด้วย จุดเริ่มต้นขบวนพาเหรดอยู่บริเวณศาลาว่าการเมืองอิวาเตะ ยาวไปตลอดถนนกว่า 1 กิโลเมตร

สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเทศกาล โมริโอกะซันซะโอโดริ (Morioka Sansa Odori) เป็นภาพประทับใจที่คุณจะได้เห็นการรวมใจครั้งสำคัญของชาวญี่ปุ่นคือ การแสดงฟ้อนรำตีกลองไทโกะ รวม 13,000 ตัว ขลุ่ยผิว 2,000 เลา จากผู้ร่วมขบวนกว่า 30,000 คน ร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาลแห่งการเปิดรับความสุขครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งเคยถูกยกให้เป็นขบวนพาเหรดกลองที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดย Guinness World Records อีกด้วย

สถานที่: ถนน Chuo-dori, โมริโอกะ, อิวาเตะ
วิธีเดินทาง: เดินจากสถานีโมริโอกะ ประมาณ 15 นาที

Miyajima Kangensai Festival | ปลายเดือนกรกฎาคม - ต้นเดือนสิงหาคม







เทศกาลล่องเรือประจำปีแด่เทพเจ้าของศาลเจ้าอิสึคุชิมะ เป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญของพิธีกรรมทางเรือที่ญี่ปุ่น โดยมีการรำราชสำนักประกอบดนตรีที่เล่นจากขลุ่ย กลองและเครื่องสายญี่ปุ่น เทศกาลจะจัดขึ้นในวันขึ้น 17 ค่ำเดือน 6 ของทุกปี

สถานที่: ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ, จังหวัดฮิโรชิมะ
วิธีการเดินทาง: จากสถานี Hiroshima นั่งรถไฟสาย JR Sanyo ไปยังสถานี Miyajimaguchi ใช้เวลาราว 25 นาที จากนั้นขึ้นเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือ Miyajimaguchi ไปลงที่ท่าเรือ Miyajima ใช้เวลาราว 10 นาที


Aomori Nebuta Matsuri | วันที่ 2 - 7 สิงหาคมของทุกปี




เป็นเทศกาลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สำคัญของญี่ปุ่น ในช่วงเทศกาลจะมีผู้มาเที่ยวชมมากกว่า 3 ล้านคน ไฮไลท์ของงานคือขบวนพาเหรดโคมไฟเนบูตะที่ตกแต่งอย่างสวยงามอลังการสุดๆ พร้อมด้วยขบวนกลองไทโกะและขลุ่ยฮายาชิเพิ่มความสนุกสนานให้งานเทศกาล

สถานที่: บริเวณถนนหลวงหมายเลข 4 เมืองอาโอโมริ
วิธีการเดินทาง: เดินจากสถานีรถไฟ JR Aomori ประมาณ 15 นาที

Akita Kanto Matsuri | วันที่ 3 - 6 สิงหาคมของทุกปี




ทุกๆ ปีผู้ชมเทศกาลกว่า 1 ล้านคนจะได้สนุกสนานและตื่นเต้นไปกับขบวนแห่โคมไฟที่ทรงตัวอยู่บนไหล่ หน้า มือหรือสะโพกของผู้แห่ โคมคันโตมีหลายขนาด เป็นโคมกระดาษ 46 โคมที่ผูกติดอยู่กับเสาไม้ไผ่ยาว 8 -12 เมตร หนักสูงสุดกว่า 60 กิโลกรัมทีเดียว งานเทศกาลมีทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ไฮไลท์จะอยู่ในช่วงกลางคืนที่มีนักแสดงพร้อมโคมคันโตกว่า 200 โคมออกมาร่วมแสดงกันบนถนนเป็นพาเหรดยาวกว่า 1 กิโลเมตร

งานเทศกาลสุดยิ่งใหญ่ประจำภูมิภาคโทโฮคุ ต้องมีชื่อเทศกาล Akita Kanto Matsuri อย่างแน่นอนค่ะ ขนาดมีบันทึกไว้ว่างานเทศกาลนี้ มีนักท่องเที่ยวกว่า 1.3 ล้านคนเดินทางมาร่วมงานกันเลยทีเดียว งานนี้เป็นงานเทศกาลที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งเมืองอาคิตะและเป็นหนึ่งในสี่เทศกาลอันลือชื่อแห่งภูมิภาคนี้ค่ะ อาคิตะ คันโต มัทสึริ จัดขึ้นตามความเชื่อของชาวเมืองอาคิตะ เล่ากันว่างานนี้ถูกจัดเพื่อเป็นการบวงสรวงเทพเจ้าและอธิษฐานขอพรให้การเพาะปลูกพืชผลได้ผลผลิตดีและอุดมสมบูรณ์ ไม่มีอุปสรรคมาขัดขวาง รวมถึงเป็นการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไปให้หมดด้วย ทุกๆวันที่ 3-6 สิงหาคม ของทุกปีเป็นช่วงเวลาที่เมือง Akita ครึกครื้นที่สุดเลยค่ะ นักท่องเที่ยวจะทยอยมารับชมงานเทศกาลที่เมืองแห่งนี้ โดยในช่วงกลางวันของ 3 วันแรกจะมีการจัดแสดงที่ลาน Agora Plaza ข้างหน้าห้าง Seibu มีทั้งการแสดงกลอง taiko และการเต้นรำประกอบดนตรี รวมถึงสาธิตการยกเสาคันโตด้วย
สถานที่: ถนน Chuo-dori, อาคิตะ
วิธีการเดินทาง: เดินจากสถานีรถไฟ JR Akita ประมาณ 15 นาที

Sendai Tanabata Festival | วันที่ 6 - 8 สิงหาคมของทุกปี




เทศกาลทานาบาตะที่เมืองเซนได เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นของงานคือการประดับตกแต่งย่านการค้าด้วยต้นไผ่และกระดาษหลากสีสัน ก่อนเริ่มงานเทศกาลหนึ่งวันคือในคืนวันที่ 5 สิงหาคม ท้องฟ้าจะสว่างสไวไปด้วยพลุกว่า 16,000 ดอก ที่จัดแสดงริมฝั่งแม่น้ำฮิโรเสะ

สถานที่: บริเวณย่านดาวทาวน์ เมืองเซนได

Awa Odori | วันที่ 12 - 15 สิงหาคมของทุกปี





เทศกาลระบำงานบงโอะโดะริ เทศกาลดนตรีและเต้นรำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นงานบงโอะโดะริที่ยิ่งใหญ่ติดหนึ่งในสามของญี่ปุ่น มีการร่ายรำท่าที่เรียกว่า Awa Odori ประกอบเสียงเพลงของเครื่องดนตรีญี่ปุ่นอย่างซามิเซ็น กลองไทโกะ ขลุ่ยชิโนบุเอะ ทั้งกลางวันและกลางคืน นักท่องเที่ยวสามารถร่วมเต้นรำไปพร้อมกับๆ ขบวนได้
หากต้องการชมการแสดงดอกไม้ไฟของงานนี้ จะต้องเดินทางไปก่อนงานเริ่ม 1 คืน ดอกไม้ไฟประมาณ 16,000 ดอก จะถูกยิงขึ้นจากริมฝั่งแม่น้ำฮิโรเซะกาว่า ที่ไหลผ่านใจกลางเมืองเซนได ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้คนในท้องถิ่น

สถานที่: เมืองโทคุชิมะ
วิธีการเดินทาง: รถไฟ JR Tokushima


Miyajima Water Fireworks Festival | วันที่ 11 สิงหาคม 2016 เวลา 19:40 - 20:40





หนึ่งในเทศกาลพลุในช่วงหน้าร้อนที่สวยงามของเมืองมิยาจิมะ พลุกว่า 5,000 ดอกจะถูกจุดขึ้นจากน้ำ บริเวณประตูโทริอิกลางน้ำของศาลเจ้าอิสึคุชิมะ เป็นภาพสวยๆ ที่หาชมไม่ได้จากที่อื่น

สถานที่: ริมฝั่งทะเลบริเวณประตูโทริอิ, ศาลเจ้าอิสึคุชิมะ
วิธีการเดินทาง: จากสถานี Hiroshima นั่งรถไฟสาย JR Sanyo ไปยังสถานี Miyajimaguchi ใช้เวลาราว 25 นาที จากนั้นขึ้นเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือ Miyajimaguchi ไปลงที่ท่าเรือ Miyajima ใช้เวลาราว 10 นาที


Yamaga Tourou Matsuri (Yamaga Lantern Festival) | วันที่ 15 - 16 สิงหาคม







งานจะจัดขึ้นบริเวณศาลเจ้าโอมิยะ เป็นหนึ่งในสามเทศกาลไฟฤดูร้อนที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดคุมาโมโตะ คืนแรกจะมีการจุดพลุกว่า 4,000 ดอกที่ริมแม่น้ำกิกุชิงาวะและในวันที่สองของงาน หญิงสาว 1,000 คนจะแต่งกายด้วยชุดกิโมโนพร้อมสวมโคมไฟเงินไว้บนศีรษะและร่ายรำกันตลอดคืน

สถานที่: เมืองยามางะ, จังหวัดคุมาโมโตะ
วิธีการเดินทาง: จากสถานี JR Kumamoto นั่งรถไฟสาย JR Kagoshima Honsen Line ประมาณ 20 นาที ไปลงที่สถานี Tamana จากนั้นนั่งรถสาย Kyushu Sanko Bus ประมาณ 40 นาที ไปลงที่ป้าย Yamaga Onsen และเดินต่อประมาณ 5 นาที

ติดตามเเละรับชมข้อมูล  เทศกาลญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อนที่ไม่ควรพลาด  ต่อได้ที่เว็บ  http://www.govivigo.com/travel-blog/38-เทศกาลญี่ปุ่นช่วงหน้าร้อนที่ไม่ควรพลาด


 สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากอ่านแบบเต็มและติดตามทริปอื่น ๆ สามารถอ่านและติดตามได้ที่ www.govivigo.com




วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

จุดชมวิวสวยที่สุดในฮ่องกง



The Peak Tower เป็นหนึ่งในอาคารสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงของฮ่องกง


ดูข้อมูลเพิ่มเติม จุดชมวิวสวยที่สุดในฮ่องกง


เที่ยวฮ่องกง เป็นครั้งแรก การนั่งรถรางขึ้นเขาชมวิว ฮ่องกง ที่สวยที่สุดจากยอดเขา Victoria Peak นับเป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด หนึ่งในสเน่ห์ของฮ่องกงคือทิวทัศน์ของตึกระฟ้าริมอ่าวที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะในยามค่ำคืนและสถานที่ยอดฮิตที่สุดสำหรับชมวิวคือเดอะพีค ที่นี่คุณจะได้ภาพถ่ายของตึกสูงริมอ่าวที่สวยสมบูรณ์แบบ

Victoria Peak หรือ The Peak คือยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกง วิคตอเรียพีค ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด เพราะนักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือนวิคตอเรียพีค จะสามารถมองเห็นวิวของเกาะฮ่องกงได้ทั้งหมด ตั้งแต่อ่าววิคตอเรีย ตึกระฟ้า เรือเฟอร์รี่ และสีสันของแสงไฟยามค่ำคืนของฝั่งเกาลูน ทั้งหมดสร้างตามหลักความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย

ส่วนของ The Peak ตั้งอยู่บนเขาวิคตอเรีย ที่เป็นจุดชมความงามของเมืองจุดหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันมาก โดยการเดินทางขึ้นเขาวิคตอเรียจะต้องโดยสารรถราง Peak Tram ขึ้นไป The Peak Tram คือ รถรางที่มีประวัติยาวนานถึง 125 ปี เพราะสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1888 ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวฮ่องกงทีเดียว ระหว่างทางขึ้นให้นั่งทางขวาไว้ เพราะวิวฟากนั้นจะสวยงามมาก
เป็นรถรางที่ใช้เดินทางขึ้นและลง The Peak เปิดใช้บริการมามากกว่า 120 ปีแล้ว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกขึ้นไปชมวิวที่ด้านบนด้วยรถราง และในขณะที่นั่งรถรางขึ้นไปด้านบนนั้น ให้ลองสังเกตุวิวภายนอกดู จะมีเหตุการณ์ที่เรียกว่า “The Peak Tram illusion” เกิดขึ้น โดยปกติเมื่อเรานั่งรถขึ้นเนินนั้น ก็จะมองเห็นตึกสูงที่อยู่ไกลออกไปยังคงตั้งตรงปกติ แต่ที่ Peak Tram นั้น หากลองสังเกตุดูที่วิวด้านขวามือนั้น จะรู้สึกเหมือนตึกกำลังจะล้มเอียงไปด้านหน้า เป็นปรากฎการณ์ที่แปลกและไม่เหมือนรถรางที่อื่น



แต่ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งคือนั่งรถบัสสาย 15




จุดชมวิว เดอะ พีค – The Peak อยู่ด้านบนของยอดเขา วิคตอเรีย พีค Victoria Peak ซึ่งยอดเขาที่สูงที่สุดในฝั่งของเกาะฮ่องกงโดยมีความสูงจากประมาณ 552 จากระดับน้ำทะเล เป็นที่เที่ยวอันดับหนึ่งที่คนนิยมไปมากที่สุด เพราะเป็นทั้งจุดชมวิวมองเห็นภาพพาโนรามาของเมืองฮ่องกงได้ หรือหากใครอยากจะมาทานดินเนอร์ใน บรรยากาศสุดโรแมนติค ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนมักจะนึกถึง


ในอดีตนั้น เดอะ พีค ถูกใช้เป็นสถานที่ส่งสัญญาณให้กับเรือเดินสมุทรที่เดินทางเข้ามาค้าขายผ่านทางฮ่องกงในช่วงศตวรรษที่ 19 ต่อมาได้มีขุนนางระดับสูงมาสร้างที่พักอาศัยอยู่ด้านบน และเนื่องจากอยู่บนยอดเขาที่สูงทำให้ในการขึ้นไปแต่ละครั้งก็จะใช้คน 2 คนช่วยกันแบกเกี๊ยวและเดินขึ้นไปส่งที่พักด้านบน

แต่ปัจจุบันการขึ้นไปที่ เดอะพีค นั้น จะมีรถรางหรือรถ Tram คอยให้บริการเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ดีมาก เนื่องจากรางที่รถ Tram วิ่งนั้น เป็นหนึ่งในรางที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เมื่อขึ้นไปยังจุดสูงสุดของยอดเขา The Peak นั้นจะมีอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 396 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล สามารถจะมองเห็นวิวเมืองด้านล่างได้เกือบทั่วทั้งหมด ไม่เพียงแค่ตึกต่างๆยังเป็นอ่าวและสันเขาไกลๆของเกาะอีกด้วย แนะนำให้ไปช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดินเพราะเป็นช่วงที่แสงกำลังสวยและเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วตึกสูงต่างๆก็
จะค่อยๆเปิดไฟขึ้น มองเห็นวิวทิวทัศน์อีกบรรยากาศของเมืองฮ่องกงในยามค่ำคืน และชมการแสดง Symphony of Lights ที่สวยงาม

ที่ด้านบน The Peak นั้น นอกจากจุดชมวิวแล้วก็ยังมีหลายที่เที่ยวและกิจกรรมให้ทำ เช่น Peak Tram, The Peak Tower, Sky Terrace 428, The Peak Tram Historical Gallery และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ



The Peak Tower เดอะ พีคทาวเวอร์
เป็นหนึ่งในอาคารสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงของฮ่องกง เป็นการออกแบบอาคารสไตล์โมเดิร์นที่มีรูปทรงล้ำสมัยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รูปทรงคล้ายกับครึ่งวงกลมที่หงายขึ้น ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขาซึ่งสูงประมาณ 360 จากระดับน้ำทะเล ด้านในอาคารนั้นจะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีฉากของเมืองฮ่องกงไว้สำหรับให้ถ่ายรูปได้ด้วย และที่ด้านบนสุดของ The Peak Tower นั้น เป็นที่ตั้งของระเบียงชมวิว Sky Terrace 428 นั้นเอง
http://in1guide.com/M/hk/the%20peak1.jpg




Sky Terrace 428 สกายเทอเรซ 428
เป็นหนึ่งในอาคารสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงของฮ่องกง เป็นการออกแบบอาคารสไตล์โมเดิร์นที่มีรูปทรงล้ำสมัยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รูปทรงคล้ายกับครึ่งวงกลมที่หงายขึ้น ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขาซึ่งสูงประมาณ 360 จากระดับน้ำทะเล ด้านในอาคารนั้นจะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีฉากของเมืองฮ่องกงไว้สำหรับให้ถ่ายรูปได้ด้วย และที่ด้านบนสุดของ The Peak Tower นั้น เป็นที่ตั้งของระเบียงชมวิว Sky Terrace 428 นั้นเอง

ในเวลากลางวัน คุณสามารถทอดสายตาออกไปชมตึกระฟ้าเรียงรายระยิบระยับและความงดงามของอ่าววิคตอเรีย ไปจนถึงเนินเขาสีเขียวของเขตนิวเทอร์ริทอรี่ส์ และในตอนพลบค่ำ ทัศนียภาพตระการตานี้จะเปลี่ยนเป็นสีชมพูและสีส้ม ก่อนจะกลายเป็นแสงประกายดุจดวงดาวปรากฎขึ้นเบื้องหน้า

ที่ตั้ง: บนเขาวิคตอเรีย, ฮ่องกง

วิธีเดินทาง:

นั่งรถเมล์สาย 15 จากสถานีรถไฟฟ้า Central มาที่ The Peak Tower

นั่งรถเมล์สาย 15 C มาลงที่ Peak Tram Terminus แล้วนั่งรถรางขึ้นไป The Peak Tower

ค่าเข้าชม:

โดยสารรถราง Peak Tram ผู้ใหญ่ ไป-กลับ 75 HKD, เด็ก (อายุ 3-11 ปี) และคนชรา (65 ปีขึ้นไป) ไป-กลับ 36 HKD

ค่าเข้า The Sky Terrace 428 ผู้ใหญ่ 30 HKD, เด็ก 15 HDK

เวลาเปิด-ปิด:

รถราง Peak Tram 7:00 – 24:00 น.

ตึกพีคทาวเวอร์ วัน จันทร์ – ศุกร์ 10:00 – 23:00 น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดสำคัญ 8:00 – 23:00 น.

วีซ่า: ไม่ต้องขอวีซ่า อยู่ได้ 30 วัน

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากอ่านแบบเต็มและติดตามทริปอื่น ๆ สามารถอ่านและติดตามได้ที่ www.govivigo.com



วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

พระใหญ่อันศักดิ์สิทธิ




พระใหญ่อันศักดิ์สิทธิ-จุดขอพรที่ดีที่สุดในโลก



ข้อมูลเพิ่มเติม พระใหญ่อันศักดิ์สิทธิ


พระพุทธรูปเทียนถาน หรือ พระใหญ่แห่งเกาะลันเตา จุดขอพรที่ดีที่สุดในโลกมาเที่ยวฮ่องกงทั้งทีสิ่งที่พลาดไม่ได้คือ ไปไหว์พระพุทธรูปเทียนถาน หรือ พระใหญ่แห่งเกาะลันเตา ที่วัดโปหลิน หมู่บ้านนองปิง เป็นองค์พระที่ชาวฮ่องกงนิยมมาไหว้ขอพรกัน เกาะลันเตาเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง บนเกาะมี Lantau Peak ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะ และเป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับที่ 2 ของฮ่องกง

พระใหญ่หรือพระพุทธรูปเทียนถานเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับต้นๆ ของฮ่องกงทีเดียว อยู่คู่กับหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดของฮ่องกง นั่นคือวัดโปหลินตั้งอยู่ที่เกาะลันเตา เดิมทีวัดโปหลินนั้นเป็นเป็นสถานที่เงียบสงบอยู่ห่างไกลและหลบลี้ผู้คนด้วยทัศนียภาพที่เป็นป่าและภูเขา แต่ปัจจุบันมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเมื่อมีการสร้าง "พระพุทธรูปเทียนถาน" หรือชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่าพระใหญ่ จึงทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของฮ่องกง

ย้อนไปในอดีต ที่นี่เป็นเพียงวัดเล็กๆ หลบเร้นอยู่ในพื้นที่เขียวชอุ่ม ปัจจุบันวัดโป่หลินเป็นศูนย์กลางของชาวพุทธที่มีความสำคัญมาก และเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมานับแสนคนในแต่ละปี

พระใหญ่หรือพระพุทธรูปเทียนถานนับเป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก องค์พระพุทธรูปหันพระพักตร์ไปทางเหนือสู่จีนแผ่นดินใหญ่ และมองอย่างสงบลงมายังหุบเขาและโขดหินเบื้องล่าง ประดิษฐานอยู่โดยมีความสูง 26.4 เมตร บนฐานดอกบัว หากนับรวมฐานแล้วมีความสูงทั้งสิ้น 34 เมตร ค่าก่อสร้างพระพุทธรูป 60 ล้านเหรียญฮ่องกง
เมื่อมาที่นี้แล้วต้องมาที่จุดไหว้ขอพรที่ลานด้านหน้า บนพื้นของลานได้ทำลวดลายเทียนถาน ลวดลายนี้เรียนแบบมาจากพระราชวังต้องห้ามข­องจีน ซินแสของฮ่องกงบอกว่าเป็นจุดขอพรที่ดีที่สุด


กระเช้าลอยฟ้านองปิง


การเดินทางสู่วัดโปหลิน ต้องขึ้นกระเช้าลอยฟ้านองปิง (Ngong Ping Skyrail 360) เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวบนเคเบิลคาร์ ที่สามารถชมวิวได้แบบพาโนรามา ในมุมกว้างถึง 360 องศา เชื่อมจากใจกลางเมืองตุงชุง ถึงหมู่บ้านนองปิงบนเกาะลันเตา

ที่ตั้ง: วัดโปหลิน หมู่บ้านนองปิง, เกาะลันเตา

วิธีเดินทาง:

นั่ง MTR มาลงที่สถานี Tung Chung ออกจากสถานี ใช้ทางออก B เดินประมาณห้านาทีจะถึงเทอร์มินัลของเคเบิลคาร์ตุงชุง นั่งกระเช้านองปิง 360 (Ngong Ping 360)

หรือจะขึ้นเรือเฟอรี่จากท่าเรือเซ็นทรัลหมายเลข 6 ไปยัง Mui Wo บนเกาะลันเตา และนั่งรถประจำทางของ New Lantau สาย 2 ไปยังนองปิง รถประจำทางจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 ถึง 40 นาที

เวลาเปิด-ปิด: วัดโป่หลินเปิดให้เข้าชมทุกวัน

ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี

วีซ่า: เที่ยวฮ่องกงไม่เกิน 30 วัน ไม่ต้องของวีซ่า


ติดตามเเละรับชมข้อมูล วัดพระใหญ่บนเขาบานา ต่อได้ที่เว็บ  www.govivigo.com